Feeds:
เรื่อง
ความเห็น

Archive for the ‘Review อุปกรณ์เครื่องบินไฟฟ้า’ Category

เนื่องจากมอเตอร์ CD Rom รุ่น 22T มันเหมาะกับพวกปีกบิน เร็ว แรง ไม่เหมาะที่จะเอามาใช้กับ Mustang Mini ที่ทำเล่น มันต้องใช้รุ่น 17T แทน ซึ่งยังไม่มีโอกาสไปหามาลอง ส่วนไอ้เจ้า 22T เอาใบ 5×4″ ใส่บินได้ฉิวๆ ลงมาแบตร้อน ตอนนี้ทำเอาแบต Li-Po 1000mA 10C เสียไป 1 cells ….

มอเตอร์จิ๋ว หรือเรียกมอเตอร์กระดุม ขนาดพอๆกับ CD Rom เลย ก็ได้โอกาสเอามาลองเลยครับ…. ราคาก็โอเคเลย พอๆกัน 450 บาท มีตัวต่อใบพัด หนังยางรัด และ Banana มาให้ด้วย 3 คู่ …..  

มอเตอร์กระดุมซื้อมาเป็นชุดครับ 490 บาท(ราคา เมษา2551) มีใบ 5×3″ ตัวต่อใบกันใบหัก พร้อมหลังยางโอริง

จุดที่ต้องระวังนะครับ ดูรูป การบัดกรีสายไฟเป็นปมหนา ไปชนกับแท่นมอเตอร์ อาจทำให้ชอร์ตได้

…ระวังด้วยนะครับ ให้เอามาบัดกรีใหม่ หรือไม่ก็ขัดตะไบออกอย่าให้โดนแท่นได้ โดนเส้นเดียวก็ไม่ดี ถ้า 2 เส้นก็งานนี้รับรอง สปีดพังแหงแก๋….


เช่นเดิม เนื่องจากผมไม่มีเครื่องวัดรอบ เลยทดสอบดูแต่กระแสที่เหมาะสมก็พอ เพื่อไม่ให้ถ่าน li-po สุดสวยเสียไปอีก….เหอเหอ

 ทดสอบกับแบต เท่าที่หาได้ หลังชาร์ทเต็ม ได้ผลดังนี้ครับ

ใบพัด
Li-Po1000mA
10C 3 cells

Li-Po1000mA
20C 3 cells

Li-Po 2200mA
20C 3cells
ใบตรง 6×3″ GWS
5A
9A มอเตอร์ร้อนไป
ใบอ่อนไปมีเสียงป๊องๆ
9A มอเตอร์ร้อนไป
ใบอ่อนไปมีเสียงป๊องๆ
ใบตรง 5×4.3″ GWS
6A
8A แรงดี
8A แรงดี
ใบตรง 5×3″
-
7A แรงดี
7A แรงดี
ใบตรง 4×4″
4.5A
7A แรงน้อยไป
7A แรงน้อยไป
ใบ Auldey 4″
7A แรงน้อยไป
7A แรงน้อยไป
ใบ Align 4×4.7″
-
8-9A แรงดีมาก *
-

ล้วใบที่เหมาะน่าจะเป็น GWS 5×3″ กับ ใบ 5×4.3″ เพราะแรงดีและกินไม่มากเกินไป มอเตอร์อุ่นๆ…ได้แรงฉุดประมาณ 270 กรัม

และถ้าต้องการความแรงละก็ ใน APC หรือ Align 4×4.7″ แรงดีมาก เพราะใบแข็ง ไม่อ่อนตัว ครับ…

 หน้าตาแบตที่ทดสอบครับ

 

เอาไปใส่เครื่องบิน Mustang Mini ที่ผมทำ น้ำหนักพร้อมบิน 245 กรัม ใบ 5×4.3″ กับแบต Li-Po1000mA10C ก้อนสีดำ บินได้ 5ไฟล์ท ตอนนี้ถ่านเสียไปแล้ว 1 cells ….ครับ มันคงจ่ายไม่ไหว มิน่าร้อนมากตอนเอาลงมาจับดู… 

เลยเอาถ่าน 1000mA20C ก้อนสีแดงมาใส่แทน หนักขึ้นไปเป็น 270 กรัม แหม่ แรงดีเหลือๆ เลยครับ ก้อนนี้ ลงมาแค่อุ่นๆ เท่านั้น ถือว่าผ่านครับ 


Read Full Post »

มอเตอร์ Peak 1400KV พี่เค้าบอกใส่ใบ 8×6″ เหมาะกับลำนี้มาก ก็เลยจ่ายซะ 4ร้อยกว่าบาท เทียบกับกระดิ่งแล้วก็ราคาโอเค เดี๋ยวมาลองทดสอบดูครับ

มอเตอร์มาพร้อมกับ กากะบาท และมีตัวต่อใบพัดมาให้ด้วย แต่ไม่มีบานานาแจ็คนะครับ…



เนื่องจากผมไม่มีเครื่องวัดรอบ เลยทดสอบดูแต่กระแสที่เหมาะสมก็พอ เพื่อไม่ให้ถ่าน li-po สุดสวยท้องก่อนแต่ง…อิอิ

ทดสอบกับแบท Li-po ABF 2200mA 20C 3 cells ชาร์ทเต็มครั้งแรก และ แบต Li-io 1500mA20C 3 cells ได้ผลดังนี้

ใบพัด
Li-Po2200mA20C 3 cells
Li-io 1500mA20C 3cells
ใบตรง 8×4″ GWS
13A
11.5A
ใบตรง 8×5″ GWS
18A
16A
ใบตรง 8×6″ GWS
22A (มอเตอร์ร้อนจี๋ )
17.5A
ใบตรง 9×5″ GWS
21A (มอเตอร์ร้อนจี๋ )
17A
ใบ APC เทียม 7×6″
14A (แรงน้อยกว่าเค้า )
12A

ดูแล้วใบที่เหมาะน่าจะเป็น 8×5″ กับ ใบ 8×4″ เพราะแรงดีและกินไม่มากเกินไป….อ้อใบ 8×5″GWS ผมใชใบ 9×5″ เอามาตัดออกให้เหลือ 8 นิ้วเอาครับ…อิอิ

 หน้าตาแบตที่ทดสอบครับ

เอาไปใส่เครื่องบิน Pattern Cosmo-V3 ที่ผมทำ น้ำหนักพร้อมบิน 590-600 กรัม ใบ 8×5″ กับแบต Li-io 1500mA ก้อนสีฟ้า ผมถือว่าโอเคเลยครับ ลงตัวดีมาก บินได้ ประมาณ 6 นาที มอเตอร์แค่อุ่นๆ ถ่านอุ่นๆ

แรงดี เหมือนไม่ค่อยตกจนเกือบ 6 นาทีเริ่มตกก็เตรียมเอาเครื่องลงได้เลย ..

 สรุปว่าลงตัวครับชุดนี้ เหมาะสม นับเป็นอีกทางเลือกราคาประหยัดครับ…ผมชอบมากแบต Li-ion แข็งแรงมาก กระแทกไม่บี้เหมือน Li-Po

Read Full Post »

The radio version 4EXA FUTABA.

  ประมาณต้นปี 2549 สืบเนื่องจากวิทยุ 4 ช่องมาตราฐาน Esky มันชอบรวนเวลาไปบินรวมกันกับเพื่อนๆ สงสัยกำลังส่งจะสู้เขาไม่ไหว ทำให้เครื่องบินวูบวาบไปตามการกระตุกของเซอร์โว เลยจำเป็นต้องหาวิทยุที่ดีกว่าแน่นอนกว่า ตอน นั้นก็มีหลายยี่ห้อ แต่เห็นเพื่อนๆที่ขอนแก่นใช้รุ่นนี้กัน และมีฟังก์ชั่นการปรับแต่งสำหรับเครื่องบินไฟฟ้า 4 ช่อง พอสมควร จึงตัดสินใจซื้อ….มือสอง ….แฮ่

…งบมันน้อยน่ะครับ..….. ได้มาสภาพก็พอใหม่ แต่ไม่ใหม่ นัก แถมโมดิฟายมาให้เป็น 5 ช่องแล้วด้วย ครับ เผื่อเอาไว้พับล้อ ปล่อยครัน หรือกางแฟลบก็แล้วแต่… คุ้ม


มาดูกันว่าอะไรคืออะไรบ้าง ตามรูปเลย ครับ …. ตอนนั้นผมได้คู่มือมาด้วย แต่ดันเป็นภาษาญี่ปุ่น ไม่มีภาษาอังกฤษ ก็ได้แต่ลองเล่นเดาๆไปก็ใช้ได้แฮะ…แสดงว่าใช้งานได้ไม่ยาก

 

รูปการต่อภาครับ สำหรับเครื่องบินเครื่องยนต์น้ำมัน

ส่วนนี่เป็นรูปการต่อภาครับ เครื่องบินไฟฟ้า

คู่มือภาษาไทยไม่เห็นมี แต่ภาษาอังกฤษหาโหลดได้ที่นี่ครับ  Manual 4EXA จาก rcthai.net หรือ ลองค้นหาใน google.com ก็ได้ ครับ


  มาดูการใช้งานกันเลยครับ

การโปรแกรมฟังก์ชั่นต่างๆ

มาดูที่หน้าปัดของวิทยุส่งกันเลยครับ

หน้าจอปกติเมื่อเปิดเครื่องส่ง

หน้าจอ LCD จะแสดง ตัวเลข 1 ถึง 4 ที่มุมขวาบน บอกว่าตอนนี้กำลังใช้โปรแกรมของเครื่องบินลำที่เท่าไรอยู่ และตัวเลขใหญ่มุมขวาล่างคือโวล์ทของแบตเครื่องส่งที่วัดได้ครับ ควรชาร์จให้เต็มทุกครั้งก่อนที่จะเอาไปเล่นนะครับ เดี๋ยวเครื่องตกนะจะบอกให้

เวลาถ่านอ่อนลงมาถึง 8.5V ก็จะมีรูป Batt ขึ้นมาเตือนที่มุมขวาบนดังภาพครับโดยจะกระพริบ พร้อมกับมีเสียง บิ๊บ เตือน ให้เราปิดวิทยุ และเอาไปชาร์จครับ โดยคู่มือบอกไว้ว่าถ้ามันดังเมื่อไร เรามีเวลาไม่เกิน 4 นาทีวิทยุจะหลุดการควบคุมครับ ต้องรีบเอาเครื่องบินลงโดยด่วนที่สุด

คู่มือบอกว่า เหลือ 9.4V ก็ให้เอาเครื่องลงได้แล้ว ปลอดภัยสุดครับ
แต่ถ้ายังดื้อโวล์ทลดลงเหลือ 8.9V ก็ให้รีบเอาเครื่องลงโดยไว เพราะเรามีเวลาไม่เกิน 10 นาที หลุดการควบคุม
แต่ถ้าปล่อยให้ถึง 8.5V ก็แบบที่บอกครับ…. ลงฉุกเฉินทันที

อธิบายการทำงานปุ่มต่างๆดังนี้ครับ

ปุ่ม MODE จะเป็นปุ่มสำหรับเลือกหัวข้อหลักของการโปรแกรม โดยการกดไปเรื่อยๆ เมนูหลักก็จะวนไปเรื่อยๆ กดเลยก็ต้องกดต่อไปรอบใหม่ วนกลับไม่ได้ครับ

ปุ่ม SELECT จะเป็นปุ่มสำหรับใช้เลือกเมนูย่อยในเมนูหลัก MODE อีกทีหนึ่ง

ปุ่ม +/- ENTER เป็นการโยกขึ้นหรือลง เพื่อเลือกการใช้งาน

การโปรแกรมวิทยุ

1. การโปรแกรม ให้กดปุ่ม MODE และปุ่ม SELECT พร้อมกันค้างไว้สัก 1-2 วินาที เครื่องจะร้องบี๊บ แล้วเข้าสู่โหมดการโปรแกรมครับ

2. กดปุ่ม MODE เลือกเมนูหลักที่จโปรแกรม โดยเมนูหลักจะมีดังนี้เรียงกันไปครับ จาก Model, Reverse, E.P.A., Trim, Exp และ Wing

 Model สำหรับเลือกเครื่องบินที่ต้องการโปรแกรม หรือเลือกใช้งาน โดยจะมีอยู่ 4 ลำให้โปรแกรมเก็บจำเอาไว้ได้ โดยจะแสดงเป็นตัวเลข 1 ถึง 4 อยู่ตรงมุมขวาบนของจอ LCD ครับ หรือเอาไว้ ล้างโปรแกรมที่เราตั้งไว้ แล้วกลับไปเป็นค่าที่มาจากโรงงาน

การเลือกโมเดลต่างๆ ก็โดยการโยกปุ่ม +/- ขึ้นลงเป็นการเปลี่ยนโมเดลไปทีละ 1 ครับ จะใช้โมเดลไหนก้หยุดที่เลขนั้น 1 ถึง 4 แล้วกดปุ่ม MODE กับ SELECT พร้อมกันอีกครั้งเพื่อ เลิกการโปรแกรม และกลับเข้าการใช้งานปกติ หรือจะโปรแกรม

ส่วนการล้างโปรแกรมเดิมที่ตั้งไว้สำหรับโมเดลนี้ ก็กดปุ่ม SELECT ครับ หน้าจอจะขึ้นตัว CL ตามรูป (Clear) แล้วก็กดโยกปุ่ม +/- ขึ้นหรือลงก็ได้ครับ โยกค้างไว้จนดังปี๊บ โปรแกรมจะถูกล้างหมด

อ้อ…ถ้าเราเปิดเครื่องรับแล้วลดคันเร่งมอเตอร์ลงหมด พอกดโยก CLear ปั๊บ ให้ระวัง ช่อง3 จะกลับมาเป็น Normal คือมอเตอร์มันจะเร่งสุดเลย …เหอเหอ…. ระวังนะครับ

เมนูต่อมาเมื่อเรากดปุ่ม MODE อีกครั้ง ก็จะเป็นเมนู Reverse

 Reverse เมนูนี้จะเป็นการเลือกโปรแกรมให้การบังคับสลับตรงข้ามกันในแต่ละช่อง เช่น ช่อง3 โยกสติกขึ้น มอเตอร์เร่งสุด โยกลงมอเตอร์ดับ พอเราแก้เป็น Reverse มันก็จะทำงานสลับกัน เป็น โยกขึ้น มอเตอร์ดับ โยกลง มอเตอร์เร่งสุด ครับ….การโปรแกรมช่อง3 นี้ ต้องระวังนะครับ กด Reverse ปุ๊บ ถ้ามอเตอร์จากไม่หมุน ก็จะหมุนแรงสุดเลยนะครับ….. อันตราย

การโปรแกรมก็ กดปุ่ม MODE มาจนเจอคำว่า REVERSE ดังรูป จะเริ่มแสดงที่ช่อง CH 1 มีลูกศรขึ้นเล็กๆบอกว่าตอนนี้กำลังเป็น NOR (Normal) หรือ REV (Reverse) อยู่ การแก้ไข ก็โยกปุ่ม +/- ขึ้นเป็น NOR โยกลงก็เป็น REV ง่ายๆ ครับ

และกดปุ่ม SELECT ก็จะเป็นช่องถัดไปทีละช่องครับ ก็ไล่โปรแกรมให้ถูกต้องกับการบังคับของเครื่องบินเราทุกช่อง ก็เป็นอันเสร็จ

เมนูต่อมาเมื่อเรากดปุ่ม MODE อีกครั้ง ก็จะเป็นเมนู End Point Adjustment

 E.P.A. เอาไว้ปรับมุมกางมากน้อยให้กับเซอร์โวครับ ดูรูปเลยครับ เข้าใจง่ายดี เมื่อเราเข้ามาโหมดนี้ แรกเลยจะเข้ามาที่ CH 1 และถ้าเรากด SELECT ก็จะเปลี่ยนเป็น CH2 . .ไปถึง 4 และวนมา 1 ใหม่ครับ และค่าเดิมจากโรงงานคือ E.P.A. ทุกช่องเป็น 100% หมายความว่ามุมที่ Servo จะโยกขึ้นลงตามสติ๊กจะไปได้ประมาณ 40 องศาตามรูป แต่ถ้าเราอยากให้เซอร์โยกได้มากกว่านี้ เราก็ กดโยกสติ๊กช่องที่ต้องการโปรแกรมนั้นๆ ไปให้สุด เช่น CH1 โยกขึ้นสุด เซอร์โวไปได้ 100% มุม 40องศา โยกสติ๊กค้างไว้นะครับดูลูกศรขึ้นข้างๆคำว่า CH แล้วเราก็ กดปุ่ม +/- เพื่อเพิ่มหรือลด % เช่น กด +/- ขึ้น เพิ่มเป็น 140% มุมเชอร์โวก็จะกางออกได้มากขึ้นเป็นประมาณ 55องศา ครับในทางกลับกันถ้าเราลด % ก็ลดมุมกางเซอร์โวลงด้วยครับ เราจะตั้งทีละครั้งตามการโยกสติ๊กบังคับนะครับ ว่าขึ้นเป็นกี่ % ลงเป็นกี่ %

การตั้งนี้ปกติ เราจะไม่ค่อยทำกัน เอาไว้ช่วยในกรณี เราติดตั้ง Horn หรือแกนหมุนเซอร์โวไม่ตรง ไม่ได้ฉาก ไม้ได้สัดส่วน ทำให้การโยกสติ๊กขึ้นลงสุดแต่แพนหางขึ้นลงมุมไม่เท่ากัน ก็แก้เอาที่นี่ได้ครับ หรือพวกเครื่องบิน 3D ที่ต้องการการปรับแพนหางมากๆ ให้เครื่องบินตอบสนองรวดเร็วทันใจ… ในทางตรงข้ามสำหรับมือใหม่ อาจลด % ลง ให้มุมกางน้อยลงไว้ จะช่วยให้บินง่ายขึ้น เพราะมือใหม่มักโยกสติ๊กเร็วเวลาตกใจ ทำให้แพนหางโยกมุมมากเกินไปก็ เสียอาการได้ครับ มุมน้อยๆ ก็จะทำให้ค่อยๆ ขึ้น ค่อยๆลง ค่อยๆ เลี้ยว ไม่วูบวาบครับ

ตัวอย่างการติดตั้งที่ดีรูปแรก และไม่ดีรูปที่สอง และสามารถชดเชยด้วยการปรับ E.P.A. ช่วยได้ครับ

มนูต่อมาเมื่อเรากดปุ่ม MODE อีกครั้ง ก็จะเป็นเมนู Trim

 Trim เอาไว้ช่วยจดจำ Trim ที่เราปรับเอาไว้ในแต่ละ Model จะได้ไม่ต้องมานั่งจำว่า เอ….ลำนี้ปรับปริมไว้ยังไงหว่า

ปกติการปรับ manual Trim ในแต่ละช่อง โดยการปรับเลื่อนปุ่มที่ข้างๆ แกนโยกสติ๊ก เพื่อแก้ไขมุมของแพยหาง เวลาเราขึ้นบินแล้ว รู้สึกเครื่องจะเอียง เลี้ยว หรือ เหิร เองโดยไม่ได้โยกสติ๊ก ทำให้เราต้องโยกสติ๊กแก้อาการไว้ตลอด ปล่อยมือไม่ได้ เราก็แก้โดยการเลื่อนปุ่ม manual Trim ข้างแกนสติ๊กเอาไว้ ปัญหาคือ พอเราเปลี่ยน โมเดล เราก็ต้องแก้ปรับ Trim อีกเพื่อให้เหมากับแต่ละโมเดล เพราะบางที่ เราไม่สามารถตั้งแพนหางให้ตรงพอดีแป๊ะโดย Trim อยู่ตรงกลาง ได้เสมอไป เพราะเครื่องบินบางลำอาจต้อง Up แพนหางไว้นิด ถึงจะบินตรง หรือบางลำ ก็ต้อง Down แพนหางไว้หน่อย ถึงจะบินไม่เหิร เราก็อาศัยเลื่อน Trim นี้แหละครับ

และโปรแกรม Trim นี้ก็มีไว้ช่วยเราจำไงครับ คือก่อนที่เราจะปิดวิทยุ หรือเปลี่ยนโมเดล ให้เราเลือกมาโหมด Trim นี้ และกด +/- ขึ้นหรือลงก็ได้ 1 ครั้ง จะมีเสียงดังปี๊บ เป็นการบันทึกเอาไว้สำหรับโมเดลนี้ว่า Trim ตอนนี้จำได้แล้ว ให้เราปรับเลื่อน ปุ่ม manual Trim ข้างแกนสติ๊กในแต่ละช่องมาตรงกลางได้เลย จะมีค่าเท่ากับการที่เราตั้ง Trim ไว้เดิมนั่นเอง … งงไม๊… แรกๆผมงงมาก แต่ตอนนี้เข้าใจแล้ว มีประโยชน์มากครับทำให้ไม่ต้องจำว่า ลำนี้ปรับManual Trim ไว้ตรงไหนหว่า เพราะก่อนเลิกเล่นเรา save Trim ไว้แล้ว พอมาเล่นโมเดลนี้ใหม่ เราก็แค่ปรับ manual Trim เป็น ตรงกลางให้หมด ก็ใช้ได้ครับ

เมนูต่อมาเมื่อเรากดปุ่ม MODE อีกครั้ง ก็จะเป็นเมนู Exponential

 Exp เป็นการปรับสัดส่วนการโยกสติกกับการเคลื่อนมุมของเซอร์โว ให้เป็นแบบ Exponential + /- ช่วยในการบังคับให้นุ่มนวลขึ้นหรือกระโชกโฮกฮาก

การตั้งก็กดปุ่ม SELECT เลือกช่องที่จะโปรแกรมก่อน เลือกได้ แค่ 3 ช่อง คือ CH1 , CH2 และ CH4 เท่านั้น CH3 เร่งมอเตอร์ ไม่ให้ปรับแฮะ…

พอเลือกช่องแล้ว ก็กดปุ่ม +/- เป็นการ เพิ่ม % หรือ ลด % เอาไว้ทำอะไรรึ๊… อธิบายไงดี ดูรูปดีกว่า น่าจะเข้าใจกว่า

โดยสมมุติว่าเรากำลังโยกสติ๊กขึ้น ทีละสเต็ป 1 ถึง 10 โดยมุมเท่าๆกันโดยปกติที่เราไม่ได้ตั้ง EXP (0%) แพนหางก็จะเคลื่อนที่ตามทีละสเต็ป 1- 10 มุมเท่ากัน คือตามๆกันไป แต่ถ้าเราตั้ง EXP เป็น สัก -20% เวลาเราโยกสติ๊กแบบเดิม แพนหางจะเคลื่อนที่ได้มุมที่น้อยกว่าในช่วงสเต็ปแรกๆ และไปมากขึ้นจนทันกันในสเต็ปสุดท้าย แบบม้าเร็วตีนปลายนั่นเอง…อิิอิ…เหมือนกันไม๊นี่… ก็แบบว่าจะช่วยให้การบังคับได้นุ่มนวลขึ้น เพราะธรรมชาติ เรามักจะโยกสติ๊กจะโยกมากตอนเริ่มโยกเสมอ เหมือนมือใหม่หัดขับ เราบอกให้ค่อยๆเร่งออกตัว แต่มือใหม่ยังกะน้ำหนักไม่ถูก มักจะกดพรืดกระชากรถออกตัวเกือบทุกครั้งไปจนกว่าจะคุ้นเคย

ในทางกลับกัน ถ้าเราตั้ง EXP เป็น + ก็จะได้ผลตรงข้ามเลยครับ คือ แพนหางวิ่งเร็วในตอนต้น และไปช้าในตอนท้ายๆแทน ปกติไม่ค่อยเห็นมีใครใช้งานกันในโหมดนี้สักเท่าไร

EXP จะตั้งได้ จาก 0% ไป +100% หรือ -100% ในแต่ละ CH ยกเว้นช่อง 3 เท่านั้น

เมนูต่อมาเมื่อเรากดปุ่ม MODE อีกครั้ง ก็จะเป็นเมนWing

 Wing เป็นการเลือกการรวมสัญญาณของ 2 ช่องเข้าไว้ด้วยกันใช้กับเครื่องบินบางประเภท เช่น ปีกบิน จะรวมช่อง 1 กับ 2 เข้าด้วยกัน (ปกติ เครื่องส่งแบบเดิมๆ ที่ไม่มีโปรแกรมนี้ จะต้องใช้อุปกรณ์ต่อช่วยที่เรียกว่า Mixer) หรือ เครื่องบินที่มีหางแบบตัว V ก็จะรวม ช่อง 2 กับช่อง 4 เข้าด้วยกันครับ

ในโหดปกติ เครื่องบินทั่วไป ก็จะตั้งไว้ที่โหมด Inh (Inhibit) นี่แหละ ครับ การเปลี่ยน ก็ กดปุ่ม +/- เลือกวนไป จาก Inh เป็น EL และก็ V โดยมีความหมายดังนี้

 โหมดปกติ ที่แต่ละช่อง แยกกันควบคุมโดยอิสระ ใช้กับเครื่องบินทั่วไป

โหมดนี้ คือการ รวมการบังคับระหว่าง ช่อง 1 กับ ช่อง 2 ไว้ด้วยกัน ใช้กับพวกปีกบินครับ

   โหมดนี้ คือการ รวมการบังคับระหว่าง ช่อง 2 กับ ช่อง 4 ไว้ด้วยกัน ใช้กับพวกเครื่องบินหางเป็นตัว V ครับ

แค่นี้นะครับ ก็เพียงพอกับการใช้งานแล้วครับ ที่เหลือ เช่น การเปลี่ยนโหมดบังคับ ย้าย สติ๊กบังคับเป็นระบบแบบอื่นๆ … คงต้องไปอ่านเองในคู่มือนะครับ

ขอให้สนุกกับการบินนะคร๊าาาาบ


Read Full Post »

ติดตาม

Get every new post delivered to your Inbox.